กินคอลลาเจนยี่ห้อไหนดี? แนะนำ 10 อันดับคอลลาเจนบำรุงผิวยอดนิยม ในปี 2022

พบกับ มาร์เซย์จัง กับหัวข้อคอลลาเจนอีกครั้งนะคะ สำหรับสาวๆ แล้วคงรู้จักกันแล้วว่าคอลลาเจนเป็นสิ่งที่อยู่ในร่างกายของเรา แต่เมื่อเราเติบโตขึ้นคอลลาเจนในร่างกายนั้นก็เริ่มหดหายไป ทำให้สาวๆ จะต้องนำคอลลาเจนเหล่านั้นมาเสริมให้แก่ร่างกายเพื่อให้ร่างกายนั้นยังคงดูดี มีความอ่อนเยาว์ ผิวพรรณยังดูสดใสเหมือนกับสาววัยแรกรุ่น ซึ่งคอลลาเจนนี้ถือว่าเป็นโปรตีนที่เป็นโครงสร้างหลักของร่างกายเลยก็ว่าได้ มีปริมาณถึง 1 ใน 3 ของโปรตีนในร่างกายเลยทีเดียว

กินคอลลาเจนยี่ห้อไหนดี? วันนี้เราจะมาแนะนำ 10 อันดับคอลลาเจนบำรุงผิวยอดนิยมในปี 2022 พร้อมเคล็ดลับวิธีกินคอลลาเจน ต้องกินแบบไหนถึงจะได้ผลให้ทุกคนได้รู้กัน และคอลลาเจนนั้นมีแบบไหนบ้างและต้องเลือกกินอย่างไรกันบ้างจึงจะเห็นผลลัพธ์


แนะนำ 10 อันดับคอลลาเจนบำรุงผิวยอดนิยม

หลายคนสงสัยกันอย่างมากว่ากินคอลลาเจนยี่ห้อไหนดี ยี่ห้อไหนเด็ด กินตัวไหนแล้วได้ผลดีบ้าง วันนี้เราจะมาแนะนำ 10 อันดับคอลลาเจนบำรุงผิวยอดนิยมในปี 2022 นี้ให้ดูกัน

1. Ubereen Collagen

คอลลาเจน

ยูเบรีนคอลลาเจนอาหารเสริมเพี่อการชะลอความแก่ ด้วยนวัตกรรมใหม่ของคอลลาเจนที่มีโมเลกุลขนาดเล็กเพียง 200 ดาลตัน ทำให้ดูดซึมไวสู่เซลล์ผิวโดยตรง ช่วยซ่อมแซมและกระตุ้นการสร้างเซลล์ผิวได้อย่างรวดเร็ว เห็นผลไวขึ้นผ่านการวิจัยด้วยเทคโนโลยีชั้นนำ นอกจากนี้ยังมีส่วนผสมหลักของ Fish Collagen Dipeptide และ Salmon Collagen Peptide นำเข้าจากอิตาลี พร้อมกับมีสารสกัดจากธรรมชาติที่เป็นเกรดพรีเมี่ยมจากทุกแหล่งทั่วโลกมาผสมผสานกันถึง 5 ชนิด ส่งผลให้ผิวดูเนียน กระจ่างใส และช่วยบำรุงกระดูกได้อย่างมีประสิทธิภาพ

2. Vistra collagen peptide

คอลลาเจน

นี่เป็นคอลลาเจนที่ช่วยในการทำให้ผิวเรียบเนียน ดูขาวกระจ่างใสและนุ่มน่าสัมผัส โดยมีพรีเซ็นเตอร์เป็นน้ำชา นักร้องสาวคนดังของเมืองไทย นอกจากนี้การดูแลตัวเองที่นอกจากอาหารเสริมก็คือ ดื่มน้ำผลไม้ที่จะไปช่วยในการทำให้ผิวขาวกระจ่างใส ไม่ซีดไม่เหลือง และยังทำให้สุขภาพผิวดีขึ้นอีกด้วย แถมยังหาซื้อคอลลาเจนนี้ในเซเว่นได้ง่ายและสะดวกด้วย

3. CHAMÉ Collagen

คอลลาเจน

ชาเม่ ไฮโดรไลซ์ คอลลาเจน ไตรเปปไทด์ พลัส 10,000 มิลลิกรัม คอลลาเจนไตรเปปไทด์นำเข้าจากประเทศญี่ปุ่น และสารสกัดคอลลาเจนปลาหิมะจากประเทศนอร์เวย์ กลูตาไธโอน ซีบัคธอร์น สารสกัดจากผงพีช และส่วนประกอบอื่นๆ รวม 24 ชนิด บำรุงผิวพรรณ ขจัดปัญหาผิวหมองคล้ำ โดยการยับยั้งเอนไซม์ตัวการในการสร้างเม็ดสีเมลานิน สาเหตุแห่งผิวหมองคล้ำ ช่วยลดริ้วรอยแห่งวัย ทำให้ผิวนุ่ม ชุ่มชื้น เรียบเนียน ดูมีชีวิตชีวา คงความอ่อนเยาว์ให้กับผิวพรรณ

4. Mana Collagen

คอลลาเจน

มานา พรีเมี่ยมคอลลาเจนญี่ปุ่น (กระป๋องสีน้ำเงิน) ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร ไม่ใส่สี ไม่ผสมน้ำตาล ละลายง่าย ไม่มีแป้ง วัตถุดิบเกรดพรีเมี่ยมนำเข้าจากประเทศญี่ปุ่น นวัตกรรมนาโนคอลลาเจน เอ็นแคปซูเลชั่น สามารถดูดซึมได้ถึงชั้นเซลล์ผิว ดูดซึมได้ไวสุด เห็นผลได้เร็ว และชัดเจนกว่าคอลลาเจนทั่วไปถึง 55 เท่า เห็นผลลัพธ์ได้จริงภายใน 7 วัน ผิวขาวกระจ่างใส นุ่มลื่นขึ้นอย่างเห็นได้ชัดเจนและยังช่วยบำรุงกระดูก เพิ่มน้ำในเอ็นข้อต่อได้เป็นอย่างดี 

 5. Colligi Collagen 

คอลลาเจน

คอลลาเจน อมาโด้ คอลลิจิ เป็นคอลลาเจนไตรเปปไทด์ชนิดสายสั้นที่ผ่านกระบวนการย่อยจนทำให้มีน้ำหนักโมเลกุลต่ำ จึงส่งผลให้มีประสิทธิภาพในการดูดซึมสูงและย่อยได้ง่ายเหมาะอย่างยิ่งสำหรับผู้ที่มีปัญหาเรื่องข้อเข่าหรือปวดตามข้อ นอกจากนี้ยังมีส่วนผสมของกรดแอลคอร์บิก วิตามินซีที่ช่วยดูดซึมคอลลาเจนเข้าสู่ร่างกายได้อย่างมีประสิทธิภาพพร้อมช่วยบำรุงผิวพรรณให้สดใส เปล่งปลั่ง และลดเรือนริ้วรอยก่อนวัยได้อีกด้วย

 6. Nutrilite Collagen 

คอลลาเจน

คอลลาเจนแอมเวย์ นิวทริไลท์ ผลิตภัณฑ์อาหารเสริมที่มีส่วนประกอบของผงเปปไทด์จากถั่วเหลือง ไฮโดรไลซ์คอลลาเจน (Hydrolyzed Collagen) จากปลาทะเล และยังมีสารสกัดจากดอกเก๊กฮวยขาว พร้อมกับกลิ่นพีช กลิ่นสาลี่ กลิ่นสับปะรด และใช้หญ้าหวานเป็นวัตถุที่ให้ความหวานแทนน้ำตาลจึงไม่ก่อให้เกิดไขมันในเลือดเพิ่มขึ้น เมื่อรับประทานอย่างต่อเนื่องจะช่วยส่งผลให้ผิวมีความยืดหยุ่น ชุ่มชื้น ลดริ้วรอยที่สามารถมองเห็นได้ รวมถึงยังมีส่วนช่วยลดอาการปวดข้อและเข่าในกิจกรรมที่เกิดจากการเล่นกีฬาได้ด้วยเช่นกัน 

7. JOJU Collagen

คอลลาเจน

คอลลาเจนโจจู คอลลาเจนแบบเม็ดรสนมสตอเบอร์รี่ที่ไม่ได้เป็นแค่คอลลาเจนไดเปปไทด์ธรรมดา เพราะยังมีเซราไมด์ ส้มสีเลือด ตระกูล 3L และซิงค์หรือสังกะสีที่มีคุณประโยชน์ต่อร่างกายหลายอย่าง ไม่ว่าจะเป็นช่วยควบคุมการอุดตันของไขมันบนชั้นผิว สมานแผล และบรรเทาอาการอักเสบของผิว โดยทางแบรนด์ใช้การอัดเม็ดแบบเคลือบเพื่อช่วยรักษาคุณภาพของสารสกัดให้คงประสิทธิภาพไว้เหมือนวันแรกที่ผลิต ซึ่งคอลลาเจนที่โจจูเลือกใช้จะเป็นของ Wellnex ที่ผลิตโดย Nitta Gelatib Inc. ผู้นำในการผลิตคอลลาเจนมายาวนานกว่า 100 ปี 

8. Colly Collagen 

คอลลาเจน

มากับการกินคอลลาเจนแบบผงชงดื่มที่จะช่วยให้เรามีผิวที่ขาว สวยใสอมชมพู และดูเปล่งประกาย ช่วยในการลดสิว ทำให้เหมาะมากๆ สำหรับวัยรุ่นและนักศึกษามหาลัย ซึ่งตัวนี้ก็สามารถทานได้ทั้งผู้ชายและผู้หญิง โดยทางที่ดีในการป้องกันผิวให้ไม่ดำหรือไม่กระจ่างใสนั้นก็ให้ใส่เสื้อแขนยาว และทากันแดดคอยหลบแดดให้ดีด้วย เพราะไม่งั้นทานเท่าไหร่ก็ไม่เห็นผล แถมตัวนี้ยังมีดาราหลายคนมารีวิวว่าดีจริงๆ ด้วยราคา 990 บาท หาซื้อคอลลาเจนในวัตสันได้

9. Vida Collagen

คอลลาเจน

Vida Collagen Q10 ที่สุดของการบำรุงผิวด้วยคอลลาเจนไตรเปปไทด์โมเลกุลขนาดเล็ก มีโคเอนไซม์คิวเท็นและสารสกัดจากผักผลไม้กว่า 14 ชนิด เพื่อผิวดูสดใสเปล่งประกายออร่าจากภายใน โดยคอลลาเจนเหล่านี้มีโมเลกุลเล็กดูดซึมง่าย ละลายได้ดี และไม่มีกลิ่นคาว ช่วยบำรุงผิวให้สุขภาพดี ชะลอริ้วรอย ตอบโจทย์ทุกสภาพและปัญหาผิว ช่วยชดเชยคอลลาเจนในร่างกายที่ลดลงตามมลภาวะที่แวดล้อม เพิ่มความอ่อนเยาว์และกระจ่างใส บำรุงสุขภาพข้อต่อและกระดูกได้อย่างมีประสิทธิภาพ หาซื้อได้ง่ายตามร้านสะดวกซื้อ

 10. Boom Collagen Plus 

คอลลาเจน

คอลลาเจนบูม มีส่วนประกอบของคอลลาเจนเปปไทด์และไตรเปปไทด์ที่สกัดได้จากเกล็ดปลาน้ำจืด เสริมคุณค่าด้วยสารอาหารจากธรรมชาติ และส่วนผสมที่คัดสรรมาจากทั่วทุกมุมโลกมากถึง 36 ชนิด อาทิ สารสกัดจากเมล่อนฝรั่งเศส, ส้มสีเลือดอิตาลี, สารสกัดจากผลทับทิมประเทศสเปน เป็นต้น ซึ่งสารสกัดเหล่านี้ช่วยเสริมการทำงานของคอลลาเจน ช่วยบำรุงผิวพรรณและร่างกายได้ตั้งแต่เส้นผมจรดเล็บเท้า ดูแลได้ทั้งภายในและภายนอก อีกทั้งพกพาสะดวกในรูปแบบซอง รับประทานง่ายเพราะมีรสชาติที่อร่อย

เป็นอย่างไรกันบ้างกับ 10 อันดับคอลลาเจนยอดนิยมที่คัดมาให้ในปีนี้ อย่างไรก็ตามการเลือกซื้อคอลลาเจนต้องได้มาตรฐาน มี อย. รับรอง ปราศจากสารปนเปื้อน เข้าสู่เซลล์ต่างๆ ของร่างกายได้ไว มีผลการทดลองการวิจัยที่ถูกต้อง และสามารถเชื่อถือได้ด้วย จึงจะสามารถทานได้อย่างปลอดภัยและเห็นผล


คอลลาเจนแบบไหนดีที่สุด

อย่างที่หลายคนรู้กันดีว่า คอลลาเจนเป็นส่วนประกอบหนึ่งของร่างกายที่ทุกคนต้องการ แต่นอกเหนือจากคอลลาเจนจะมีประโยชน์ในเรื่องของความสวยความงามแล้ว หลายคนอาจจะไม่รู้ว่าแท้จริงแล้วการกินคอลลาเจนก็ดีต่อสุขภาพและร่างกายของเรา เพราะช่วยในเรื่องไขข้อ กระดูก หัวเข่าดีอีกด้วย แต่ต้องกินคอลลาเจนแบบไหนที่จะเห็นผลได้มากกว่า และมีวิธีการกินคอลลาเจนให้ได้ประโยชน์มากที่สุด ทางเราได้ทำการสรุปและรวมรวมมาเอาไว้ให้แล้ว

คอลลาเจนประเภทไหนที่กินแล้วเห็นผลเร็ว เชื่อว่าคำถามนี้หลายคนอาจจะถามกันบ่อย พอๆ กับการถามว่ากินคอลลาเจนดีอย่างไร ซึ่งจากข้อมูลที่เราได้ศึกษามาทำให้พบว่าคอลลาเจนสังเคราะห์ที่เป็นที่นิยมกัน ตอนนี้มีอยู่ทั้งหมด 4 แบบ คือ คอลลาเจนแบบน้ำ คอลลาเจนแบบเม็ด คอลลาเจนแบบเจลลี่ และคอลลาเจนแบบผงชงดื่ม ซึ่งแต่ละแบบก็มีข้อดีและข้อเสียที่แตกต่างกัน ดังนี้

1. คอลลาเจนแบบน้ำ

คอลลาเจน

ส่วนใหญ่มักจะมาในรูปแบบของคอลลาเจนแบบฉีด หรือคอลลาเจนสำเร็จพร้อมดื่ม ซึ่งมีปริมาณของสารประกอบคอลลาเจนในปริมาณที่สูง จนทำให้หลายคนเชื่อว่าจะเห็นผลในเวลาอันรวดเร็ว แต่ความจริงคือหากเป็นการฉีดเข้าสู่ผิวโดยตรงจะมีกระบวนการที่ยุ่งยากมากกว่า และมีความเสี่ยงที่จะเกิดอันตรายกับสุขาภาพมากกว่าด้วย เมื่อเทียบกับคอลลาเจนประเภทอื่นๆ ที่สำคัญ คือ อายุของการเก็บรักษาค่อนข้างน้อย

2. คอลลาเจนแบบเม็ดหรือแบบแคปซูล

คอลลาเจน

ตัวนี้เหมาะสำหรับคนที่ต้องการที่จะพกพาไปกินยังที่ต่างๆ แต่ข้อเสียก็คือ หากต้องการคอลลาเจนในปริมาณที่เพียงพอต่อความต้องการของร่างกาย คือ 5,000 มิลลิกรัมต่อวัน อาจจะต้องกินหลายรอบและรอบละหลายเม็ด เพราะขนาดของแคปซูล หรือเม็ดยาที่ค่อนข้างเล็ก ทำให้กลายเป็นการจำกัดปริมาณในการรับประทานในแต่ละครั้งไปด้วยในตัว ที่สำคัญ คือ คอลลาเจนประเภทนี้ดูดซึมช้า และมักจะถูกทำลายโดยกรดจากกระเพาะอาหารและลำไส้ไปส่วนหนึ่ง ก่อนที่จะถูกดูดซึมเข้าสู่ร่างกาย ทำให้ไม่สามารถดูดซึมไปใช้งานได้อย่างเต็มที่

3. คอลลาเจนแบบเจลลี่

อีกหนึ่งทางเลือกสำหรับคนที่อยากกินคอลลาเจน แต่ขี้เกียจชงหรือไม่ชอบกินยาเม็ด นี่ก็เป็นหนึ่งตัวช่วยผิวใสที่ทานง่ายมาก แค่เคี้ยวกลืนก็จบ แถมมีรสชาติต่างๆ ให้เลือกมากมายหลายยี่ห้อ แต่ข้อเสียของคอลลาเจนแบบเจลลี่ก็คล้ายๆ กับคอลลาเจนแบบเม็ด คือหากต้องการคอลลาเจนในปริมาณที่ต้องการอาจจะต้องกินวันละหลายซอง แถมยังเสี่ยงอ้วนหากคอลลาเจนไม่ได้มาตรฐาน ผลิตแบบผสมแป้ง แต่งเลียนกลิ่นหรือผสมน้ำตาลมากเกินไป

4. คอลลาเจนแบบผง

คอลลาเจน

คอลลาเจนผงชงดื่มหรือนำมาโรยกับอาหาร เป็นรูปแบบของคอลลาเจนที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมากในปัจจุบัน เพราะเพียงแค่นำมาชงกับน้ำเปล่าหรือเครื่องดื่มอย่างน้ำผลไม้ก็สามารถรับสารอาหารจากคอลลาเจนได้อย่างเต็มที่ ที่สำคัญ คือ สามารถูกดูดซึมเข้าสู่ร่างกายได้ในเวลาอันรวดเร็ว

จากข้อมูลทั้งหมดที่รวบรวมมาเชื่อว่าหลายคนน่าจะมองออกแล้วว่า คอลลาเจนแบบไหนที่เหมาะกับตัวเอง ทั้งในเรื่องของความสะดวกสบาย และความต้องการของร่างกาย แต่ถ้าให้ มาร์เซย์จัง แนะนำล่ะก็ขอเลือกเป็นคอลลาเจนแบบผงชงดื่มจะดีกว่า เนื่องจากเป็นคอลลาเจนบริสุทธิ์ สกัดออกมาไม่มีสารปรุงแต่ง มีโมเลกุลเล็ก ดูดซึมได้ง่ายกว่าแบบอื่น และนอกจากการเลือกประเภทของคอลลาเจนให้เหมาะสมแล้ววิธีการในการรับประทานคอลลาเจนก็สำคัญเหมือนกัน เพราะคอลลาเจนจะถูกดูดซึมไปใช้ได้มากน้อยแค่ไหนก็ขึ้นอยู่กับวิธีการกินของคุณด้วย และเรายังมีเทคนิคการกินคอลลาเจนให้ได้ผลมาฝากกัน


7 วิธีกินคอลลาเจน ต้องกินแบบนี้ถึงจะได้ผลดีขึ้นอีกหลายเท่า!

คอลลาเจน

คอลลาเจนเป็นผลิตภัณฑ์อาหารเสริมที่กำลังเป็นที่นิยมมากที่สุดในตอนนี้ และยังมีให้เลือกกินกันได้แบบตามใจชอบ แต่เชื่อว่าคงมีหลายคนที่กินคอลลาเจนแล้วไม่เห็นผลการเปลี่ยนแปลง ดังนั้นวันนี้เราจะมาบอกเคล็ดลับ 7 วิธีกินคอลลาเจน เพื่อให้ได้ผลลัพธ์แบบปังๆ ว่าคอลลาเจนต้องทานแบบไหน ทานตอนไหน ทานกับอะไรถึงจะดีที่สุด

1. กินคอลลาเจน + วิตามินซี

ด้วยคุณสมบัติของวิตามินซีที่จะช่วยกระตุ้นสร้างสิ่งต่างๆ ในร่างกาย โดยเฉพาะการช่วยกระตุ้นสร้างคอลลาเจนในส่วนเซลล์ใต้ชั้นผิวหนัง ช่วยให้ร่างกายดูซึมคอลลาเจนได้ดีขึ้น นอกจากนี้ยังช่วยนำกรดอะมิโนที่ย่อยสลายจากคอลลาเจนให้ถูกนำกลับมาใช้ใหม่อีกครั้ง เพราะฉะนั้นเวลาเราทานคอลลาเจน หากทานคู่กับวิตามินซีจะได้ผลลัพธ์ที่ดียิ่งขึ้น ยิ่งในปัจจุบันมีผลิตภัณฑ์อาหารเสริมที่เป็นวิตามินซีจำนวนมาก เราสามารถหาซื้อได้ตามร้านสะดวกซื้อ หรือใครที่อยากได้แบบธรรมชาติก็สามารถทานผลไม้ที่อัดแน่นไปด้วยวิตามินซีได้ เช่น ส้ม ส้มโอ มะขามป้อม กีวี มะละกอสุก ฝรั่ง เป็นต้น

2. กินคอลลาเจนกี่มิลลิกรัม

อย่างหนึ่งที่ควรทราบในการทานคอลลาเจน เพื่อให้ผลที่ดีที่สุดควรทานอย่างต่อเนื่อง แต่ว่าการทานอย่างต่อเนื่องนั้น ควรทานวันละเท่าไหร่กันแน่? ข้อมูลจาก องค์การอาหารและยา อนุญาตให้ใน 1 วัน กินคอลลาเจนได้ไม่เกินที่วันละ 10 กรัม หรือ 10,000 มิลลิกรัม แต่โดยความเป็นจริงแล้ว เราก็ไม่จำเป็นต้องทานเต็มลิมิตถึง 10,000 มิลลิกรัม เพราะว่าแค่กินเพียงแค่ ประมาณ 5 กรัม หรือ 5,000 มิลลิกรัมต่อวันนั่นก็เพียงพอแล้ว

3. กินคอลลาเจนก่อนนอน

ช่วงเวลาที่เรานอนหลับสนิท ร่างกายจะเริ่มซ่อมแซมส่วนต่างๆ ที่สึกหรอ เวลานี้เองที่คอลลาเจนจะถูกงานได้อย่างเต็มที่

4. กินคอลลาเจนตอนท้องว่าง

อีกหนึ่งอย่างที่จะช่วยคอลลาเจนถูกนำไปใช้อย่างเต็มที่ นั่นคือการกินคอลลาเจนตอนท้องว่าง หรือก่อนอาหาร 15 นาที บางคนกินคอลลาเจนตอนตื่นนอน เพราะตอนที่เราท้องว่างร่างกายจะดูดซึมคอลลาเจนได้อย่างมีประสิทธิภาพ

5. กินคอลลาเจน 4 เวลา

เราสามารถแบ่งทานคอลลาเจนได้ตอนทั้งวัน แต่ว่าเมื่อรวมกันแล้วขอแนะนำว่าให้อยู่ที่ประมาณ 5 กรัม หรือ 5,000 มิลลิกรัมต่อวันก็พอ การแบ่งทานนั้นจะช่วยให้ร่างกายได้รับคอลลาเจนตลอดทั้งวัน โดยเราจะแบ่งออกเป็น 4 ช่วงเวลาที่ได้ผลดีที่สุด คือ ตื่นนอน, 15 นาทีก่อนอาหารเที่ยง, 15 นาทีก่อนอาหารเย็น และก่อนนอน

6. กินคอลลาเจนต้องดูแลตัวเองด้วย

คอลลาเจนไม่ใช่ยาวิเศษที่เมื่อกินไปแล้วจะมีผิวสวยโดยไม่ต้องทำอะไรเลย เพราะว่าร่างกายก็มีปัจจัยต่างๆ ที่ทำให้เกิดการต่อต้านคอลลาเจนได้ หลายคนอาจจะสงสัยว่าทานคอลลาเจนมานานแล้ว แต่ว่าไม่เห็นผลลัพธ์สักที กินเท่าไหร่ผิวก็ไม่ดีขึ้นเลย นั่นเพราะว่าร่างกายอาจต้องเผชิญกับแสงแดดเป็นเวลานานทุกวันติดต่อกันหรือได้รับมลพิษทางอากาศ ตลอดจนการสูบบุหรี่หรือดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เป็นประจำ

7. กินคอลลาเจนต่อเนื่อง

ทั้งหมดที่ได้กล่าวมาจะไม่แสดงผลลัพธ์ใดๆ เลย หากว่าสาวไม่ได้กินคอลลาเจนอย่างต่อเนื่อง บางคนกินวันเว้นวัน บางคนสองวันกินที อันนี้พลาดอย่างแรง เพราะการกินคอลลาเจนต้องกินอย่างเนื่องเท่านั้น อย่างน้อยควรกินคอลลาเจนมากกว่า 15 วันขึ้นไป แต่ผลลัพธ์ที่ได้ขึ้นก็อยู่กับแต่ละบุคคลด้วย เพราะร่างกายต่างกัน บางคนอาจต้องใช้เวลามากกว่า 45 แต่ไม่ว่าจะช้าหรือเร็วการกินคอลลาเจนก็ช่วยบำรุงร่างกายอย่างมาก ถึงผลลัพธ์ที่คุณเฝ้ารอจะเกิดขึ้นช้า นานกว่าจะเห็นผลอย่างชัดเจน แต่ว่าภายในร่างกายนั้นเกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างแน่นอน

ซึ่งการกินคอลลาเจนให้ได้ผลนั้น มันมีปัจจัยอื่นๆ ประกอบอีก เช่น อุปนิสัยการบริโภคอาหาร หรือการใช้ชีวิตประจำวัน สิ่งเหล่านี้จะส่งผลโดยตรง เช่น การดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ การสูบบุหรี่ มลพิษจากควันรถยนต์ ฝุ่น PM2.5 สภาวะตึงเครียด และการตากแดดเป็นเวลานาน โดยเฉพาะเมื่อเราอายุมากขึ้นเรื่อยๆ ร่างกายผลิตคอลลาเจนออกมาน้อยลง หากลองวิธีข้างบนแล้วยังไม่ได้ผล ลองมาดูว่าพฤติกรรมเหล่านี้ใช่สิ่งที่คุณทำอยู่หรือเปล่า


กินคอลลาเจนให้ดีควรงดพฤติกรรมเหล่านี้

คอลลาเจน

กินคอลลาเจนให้ดีควรงดกินผลไม้จำพวกแตง เช่น แตงโม แตงไทย แคนตาลูป เป็นต้น เพราะผลไม้เหล่านี้มีน้ำจำนวนมาก ซึ่งจะทำให้ร่างกายเกิดการเร่งการขับถ่าย ปัสสาวะอย่างรวดเร็ว ทำให้ร่างกายของเราไม่สามารถที่จะดูดซึมคอลลาเจนได้อย่างที่ต้องการ และกลายเป็นอีกสาเหตุที่หลายคนกินคอลลาเจนทุกวัน แต่กลับไม่ขาวใสอย่างที่ควรจะเป็น

งดสูบบุหรี่หรือดื่มสุรา หลายคนอาจจะสงสัยว่าความสวยเกี่ยวอะไรกับการห้ามดื่มสุรา นั่นเป็นเพราะหากคุณดื่มสุราเป็นประจำ ตับจะทำงานหนักจากการพยายามที่จะขับเอาสารพิษจากเหล้าอออกจากร่างกาย หากกินคอลลาเจนเข้าไปอีกจะกลายเป็นการเพิ่มการทำงานให้กับตับของเราโดยไม่รู้ตัว และอาจจะก่อให้เกิดภาวะตับวายได้ รวมไปถึงแอลกอฮอล์ยังเป็นสารที่ล้างการทำงานของคอลลาเจน จนทำให้ไม่เห็นผลอีกด้วย

จะเห็นได้ว่ากินคอลลาเจนให้ได้ผลดีนั้นไม่ยากเลย เพราะนอกจากการรับประทานคอลลาเจนแล้ว การปฏิบัติตัวภายหลังการกินคอลลาเจนก็จำเป็นเช่นเดียวกัน นั่นก็คือ การพยายามที่จะหลีกเลี่ยงแสงแดด เพื่อไม่ให้รังสีต่างๆ ทำอันตรายต่อผิว และทำให้คอลลาเจนในร่างกายเสื่อมหายเร็วกว่าที่ควรจะเป็น เพียงแค่นี้เมื่อดูแลทั้งภายในและภายนอก ก็ไม่ใช่เรื่องยากแล้วสำหรับการที่จะมีผิวที่การสวยกระจ่างใส และที่สำคัญคือ เมื่อกินคอลลาเจนเป็นประจำจะช่วยลดอาการปวดตามข้อและกระดูกได้เป็นอย่างดีอีกด้วย


กินคอลลาเจนแล้วอ้วน ซื้อแบบไหนถึงได้คอลลาเจนแท้

คอลลาเจน

ถ้าพูดถึงเรื่องของความสวยความงาม และอาหารเสริมต่างๆ เชื่อว่า คอลลาเจน จะต้องเป็นหนึ่งในอาหารเสริมที่ถูกพูดถึงอย่างแน่นอน เพราะด้วยคุณสมบัติในการช่วยฟื้นฟู และให้ความชุ่มชื่นกับผิว และดูเหมือนว่าจะเป็นอาหารเสริมที่มีความปลอดภัยสูงกว่า อาหารเสริมอื่นๆ อยู่พอสมควร เนื่องจากมีผลข้างเคียงที่น้อยกว่าอาหารเสริมตัวอื่นๆ ที่สำคัญเป็นโปรตีนเปปไทด์ในรูปแบบที่มีความละเอียด และสามารถดูดซึมได้สูงกว่าโปรตีนแบบอื่นๆ ทำให้เมื่อเรากินคอลลาเจนเข้าไป ร่างกายจะสามารถดูดซึมและไปเกาะตัวกับโกรทฮอร์โมน ซึ่งช่วยในการกระตุ้นให้เปลี่ยนไขมันเป็นกล้ามเนื้อได้เป็นอย่างดี

ดังนั้น หากคุณกินคอลลาเจนที่มีปริมาณสูงและเป็นคอลลาเจนแท้ จึงไม่มีอาการหรือน้ำหนักตัวที่มากขึ้น เพราะตัวคอลลาเจนก็เป็นอีกหนึ่งสารอาหารที่ช่วยในการเผาผลาญไขมันให้กลายเป็นพลังงานอย่างมีคุณภาพ แต่หากคุณพบว่ายิ่งกินคอลลาเจนแล้วอ้วนขึ้นล่ะก็ นั่นอาจจะเป็นเพราะว่าคอลลาเจนที่คุณกินเข้าไปทุกๆ วันอาจจะไม่ใช่คอลลาเจนแท้ก็เป็นได้ มาร์เซย์จัง จึงได้ทำการรวมรวมสาเหตุเอาไว้ที่นี่แล้ว 

1. มีการเติมน้ำตาลจำนวนมากในคอลลาเจนยี่ห้อนั้น

เพราะหากกินคอลลาเจนอย่างเดียว รสชาติอาจจะไม่ค่อยถูกปากผู้บริโภคมากนัก ทำให้ผู้ประกอบการเลือกที่จะเติมสารให้ความหวานหรือน้ำตาล รวมไปถึงสารแต่งกลิ่นรสต่างๆ เพื่อให้ได้รสสัมผัสที่หอมหวานและดื่มได้ง่าย แต่สิ่งที่เราจะได้ตามมาจากการกินเหล่านั้นก็คือ น้ำหนักที่มากขึ้นและมวลของร่างกายหรือความอ้วนนั่นเอง

2. อาหารเสริมนั้นไม่ใช่คอลลาเจนตั้งแต่แรก

จากข่าวคราวการบุกเข้าจับโรงงานเครื่องสำอางและอาหารเสริมหลายแห่งในช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมา ทำให้เราได้ข้อมูลที่น่าสนใจว่า แท้จริงแล้วอาหารเสริมคอลลาเจนที่เรากินเข้าไป อาจจะไม่ใช่ของจริงตั้งแต่แรกก็ได้เหมือนกัน เพราะอาจจะเป็นส่วนประกอบอื่นๆ เช่น นมผง น้ำตาล หรือสารอื่นๆ ที่อาจจะทั้งเป็นอันตรายและไม่เป็นอันตราย แต่ที่แน่ๆ หากรู้สึกว่ากินคอลลาเจนแล้วอ้วน นั่นอาจจะเป็นเพราะว่าคุณกำลังกินคอลลาเจนปลอมอยู่ก็ได้

3. อาหารเสริมคอลลาเจนนั้นหมดอายุ

มาร์เซย์จัง บอกได้เลยว่าหากชงคอลลาเจนออกมาได้สีเหลือง อาจจะเป็นของปลอมหรือของหมดอายุ เพราะคอลลาเจนส่วนใหญ่เป็นสารสกัดที่มาจากธรรมชาติจะมีช่วงอายุของการเก็บรักษาที่ค่อนข้างน้อย หากคุณชอบซื้ออาหารเสริมคอลลาเจนตุนเอาไว้ สำหรับการรับประทานจำนวนมาก แนะนำว่าให้ศึกษาในเรื่องของวันหมดอายุให้ดีด้วย เพราะไม่แน่ว่าอาจจะเจอกับของที่ใกล้หมดอายุหรือหมดอายุไปแล้วก็ได้

4. ตัวคอลลาเจนดูดซึมได้ยาก

นอกจากการจะแยกว่าเป็นของจริงหรือของปลอมที่เป็นปัญหาแล้ว สำหรับหลายๆ คนเกรดของคอลลาเจนที่นำมารับประทานก็อาจจะมีผลทำให้อ้วนได้เหมือนกัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากคอลลาเจนที่คุณเลือกนั้นเป็นแบบที่เกรดไม่ค่อยสูงนัก และมีขนาดของโมเลกุลที่ใหญ่ ซึ่งแน่นอนว่าการดูดซึมก็จะทำได้น้อยกว่า จนส่งผลให้เกิดการตกค้างอยู่ในร่างกายของเราในลักษณะของผงแป้ง ซึ่งเจ้าผงแป้งที่เองที่เป็นอีกหนึ่งตัวการที่ทำให้น้ำหนักตัวของเราเพิ่มขึ้นได้อีกประการหนึ่ง

เห็นได้ชัดว่าปัจจัยสำหรับการที่จะทำให้เกิดปัญหากินคอลลาเจนแล้วอ้วนนั้นมีอยู่อย่างมากมายทีเดียวและเหนือสิ่งอื่นใด นอกจากการเลือกที่จะไม่กินคอลลาเจนแล้ว อีกหนึ่งวิธีที่จะทำให้คุณได้ทั้งมีผิวพรรณที่สวยงาม และน้ำหนักที่ไม่เพิ่มขึ้นจนเกินควรก็คือ การเลือกคอลลาเจนที่ได้คุณภาพ และที่สำคัญคือควรเป็นของแท้เท่านั้น

นอกจากนี้แล้วการปฏิบัติตัวอย่างการหลีกเลี่ยงพฤติกรรมทำร้ายผิว การลดความเครียดให้น้อยลง ทานอาหารที่มีประโยชน์ พักผ่อนให้เพียงพอ ก็เป็นอีกหนึ่งวิธีการที่จะช่วยให้ร่างกายของเราสามารถรักษาคอลลาเจนที่มีอยู่ภายในให้อยู่ได้นานกว่าเดิม เมื่อบวกไปกับการกินคอลลาเจนเสริมที่เหมาะสมกับความต้องการของร่างกายเป็นประจำ ก็จะช่วยทำให้ผิวของเรากลับมาสดใสแล้วเล็บ ผม แม้กระทั่งกระดูกของเราก็จะกลับมาเหมือนกับวัยหนุ่มสาวได้อีกครั้งอย่างไม่ยากเย็น ไม่อย่างนั้นแล้วทานเท่าไหร่ก็ไม่เกิดผลลัพธ์แน่นอน


แหล่งข้อมูลอ้างอิง

What Is Collagen—and Is it Good for You? : https://www.eatingwell.com/article/290267/should-you-eat-collagen/

Healthy Foods High in Collagens : https://www.webmd.com/diet/foods-high-in-collagens#1

https://www.honestdocs.co/vitamin-c-benefits-and-harm-you-never-heard-of 

https://health.kapook.com/view253499.html